วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก

วัดพระราม 9

วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก | พระอารามหลวงชั้นตรี | พระประธาน: พระพุทธกาญจนธรรมสถิต | วัดสำคัญในรัชกาลที่ ๙ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร

  ชมวีดีโอ 360 องศา

วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก ตั้งอยู่เลขที่ ๙๙๙ ถนนพระราม ๙ ซอย ๑๙ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ขอบเขตที่ดินเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เนื้อที่ทั้งหมด ๘ - ๒ - ๕๔ ไร่
ด้านทิศเหนือยาว ๒๓๔ เมตร ติดกับโรงเรียนสมาคมไทย - ญี่ปุ่น และที่ว่างเปล่าของเอกชน
ด้านทิศตะวันออกยาว ๖๑.๕ เมตร ติดคลองลาดพร้าว
ด้านทิศใต้ยาว ๒๑๗ เมตร ติดกับที่ดินที่กั้นไว้เป็นถนนทางเข้า
ด้านทิศตะวันตกยาว ๖๕ เมตร ติดกับโรงเรียนพระราม ๙ กาญจนาภิเษก

ลำดับขั้นของการพัฒนา จนมาเป็นวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ มีพระราชดำรัสให้ทดลองแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสีย ด้วยวิธีเติมอากาศที่บึงพระราม ๙ ซึ่งเป็นที่ดินของทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จำนวน ๑๓๐ ไร่ เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๓๑ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) กรมชลประทาน สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และกรุงเทพมหานคร ร่วมดำเนินการ โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ คือ ทำการทดสอบการบำบัดน้ำเน่าเสียที่ไหลมาตามคลองลาดพร้าวส่วนหนึ่งให้มีคุณภาพดีขึ้น โดยวิธีการเติมอากาศลงในน้ำแล้วปล่อยให้น้ำตกตะกอน และปรับสภาพน้ำก่อนระบายลงสู่คลองตามเดิม

ในวันที่ ๑๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๓๑ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้มีพระราชดำริเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขยายโครงการในพื้นที่ของทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และบริเวณข้างเคียง โดยให้มีการปรับปรุงสภาพพื้นที่ และพัฒนาชุมชนบริเวณบึงพระราม ๙ ดำเนินการจัดตั้งวัดเพื่อเป็นพุทธสถานในการประกอบกิจของสงฆ์ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของราษฏรในการที่จะประกอบกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน

ต่อมา นางสาวจวงจันทร์ สิงหเสนี ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินในบริเวณใกล้เคียงกับโครงการ ได้แสดงความจำนงที่จะน้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินบริเวณดังกล่าวให้แก่มูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อดำเนินการจัดสร้างวัด โดยเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๓๓ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นางสาวจวงจันทร์ สิงหเสนี เข้าเฝ้าฯ น้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินจำนวน ๘ - ๒ - ๕๔ ไร่ เพื่อดำเนินการสร้างวัด และในวันที่ ๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๓๔ มูลนิธิชัยพัฒนา ได้รับอนุญาตจากกรมการศาสนาให้จัดสร้างวัด โดยมีสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เป็นองค์อุปถัมภ์ฝ่ายสงฆ์ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์อุปถัมภ์ฝ่ายฆราวาส ในการนี้ได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการดำเนินงานก่อสร้างวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก โดยมีนายจริย์ ตุลยานนท์ กรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นประธานคณะอนุกรรมการดำเนินการก่อสร้างวัด ทำหน้าที่รับผิดชอบดำเนินการก่อสร้างวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก และได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาตามเขตที่กำหนด คือ กว้าง ๑๒.๖๐ เมตร ยาว ๒๒.๑๐ เมตร

หลังจากนั้นเมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๓๖ นางสาวจวงจันทร์ สิงหเสนี ได้น้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินเพิ่มอีกจำนวน ๕ ไร่ ซึ่งอยู่ติดกับบริเวณที่ก่อสร้างวัด เพื่อดำเนินการจัดตั้งโรงเรียน โดยมีกรุงเทพมหานคร เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างโรงเรียน มีห้องเรียนทั้งหมด ๓๖ ห้อง เปิดทำการเรียนการสอนในระดับอนุบาล - ประถมศึกษา และขยายโอกาสไปจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

แรกเริ่มดำเนินงานสนองพระราชดำริ
วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก เริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๓๘ ตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ที่ทรงมีพระราชประสงค์ให้เป็นแบบอย่างในการก่อสร้างวัดเล็กๆ เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียง และเพื่อใช้เป็นสถานที่ประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ตลอดจนกิจกรรมต่างๆ ในการเผยแพร่ศีลธรรม และจริยธรรมเพื่อการพัฒนาชุมชน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ แทนพระองค์ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์พระอุโบสถวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก เมื่อวันที่ ๑ กรกฏาคม พุทธศักราช ๒๕๓๙ และได้พระราชทานลงพระนามาภิไธย ในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษา และคณะกรรมการอำนวยการพัฒนาวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๔๐ โดยให้คณะกรรมการชุดดังกล่าวทำหน้าที่วางแผนควบคุม กำกับดูแลการดำเนินงาน และพัฒนาวัด ตลอดจนประสานงานกับองค์กรที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ และเอกชน

วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก มีลักษณะเฉพาะที่สำคัญ ซึ่งแตกต่างจากวัดอื่นๆ หลายประการ อาทิ ด้านโครงสร้างของวัด ได้รับการออกแบบให้เป็นวัดขนาดเล็กในชุมชนเมืองที่มีการใช้งบประมาณที่ประหยัด มีการออกแบบโดยคำนึงถึงความเรียบง่าย และประโยชน์ใช้สอยสูงสุด ประกอบด้วยพระอุโบสถ ศาลาอเนกประสงค์ สระน้ำ กุฏิเจ้าอาวาส กุฏิพระ จำนวน ๕ หลัง โรงครัว และอาคารประกอบที่จำเป็น อาคารทุกหลังจะใช้สีขาวซึ่งแสดงถึงความบริสุทธิ์ สะอาด สวยงาม ส่วนพระอุโบสถจะเป็นลักษณะสถาปัตยกรรมสมัยโบราณผสมผสานกับสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ โดยคำนึงถึงประโยชน์การใช้สอยเป็นสำคัญ ด้านบทบาทหน้าที่ นอกจากจะมีวัตถุประสงค์ที่จะให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาอบรม และเผยแผ่พระพุทธศาสนาในบริเวณชุมชนและใกล้เคียงแล้ว ยังมีวัตถุประสงค์สำคัญที่จะให้เป็นศูนย์รวมแห่งความร่วมมือร่วมใจในการพัฒนาชุมชน และเป็นตัวอย่างในการประสานความร่วมมือระหว่าง บ้าน (ชุมชน) - วัด และ ราชการ (โรงเรียน) ตามหลักการ "บวร" และที่สำคัญที่สุด คือ วัดนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานนามว่า "วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก"

พระอุโบสถ
เอกลักษณ์แห่งการผสมผสานความร่วมสมัย

พระอุโบสถวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก เป็นลักษณะสถาปัตยกรรมที่มีการก่อสร้างโดยเน้นหลักการใช้สอยประโยชน์ในอาคารอย่างคุ้มค่า วัสดุก่อสร้างทั้งหมดเป็นของที่ผลิตในประเทศ โครงสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก หน้าต่างเป็นอะลูมิเนียมประดับหน้าฐานเป็นลายปูนปั้น ตราพระราชลัญจกรประจำพระองค์รัชกาลที่ ๙ ช่อฟ้าใบระกาเป็นลวดลายปูนปั้น ผนังและเสาก่ออิฐฉาบปูนเรียบทาสีขาว หลังคาเป็นปูนปั้นลายใบไม้ ไม่มีการปิดทองประดับกระจก ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระประธาน ซึ่งได้รับพระราชทานนามว่า "พระพุทธกาญจนธรรมสถิต" ส่วนทางเดินรอบพระอุโบสถจะปูด้วยหินทราย ลักษณะของอาคารเป็นการผสมผสานรูปแบบสถาปัตยกรรมไทยกับสถาปัตยกรรมร่วมสมัย เน้นความเป็นเฉพาะในแบบอย่างสถาปัตยกรรมปัจจุบัน โดยได้ต้นเค้าของการออกแบบพระอุโบสถจากพระอุโบสถ ๓ แห่ง ในสมัยรัตนโกสินทร์ ได้แก่ พระอุโบสถวัดราชาธิวาส กรุงเทพมหานคร พระอุโบสถวัดพระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม และพระอุโบสถวัดเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นต้นแบบในการผูกลายปูนปั้นประดับหน้าบันของพระอุโบสถวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก พร้อมกันนี้ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ให้อัญเชิญพระราชลัญจกรมาประดิษฐานที่บริเวณใต้หน้าบันพระอุโบสถ โดยเมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๔๓ เวลา ๑๖.๐๐ น. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จแทนพระองค์ ประกอบพิธีตัดลูกนิมิต ซึ่งเป็นเครื่องหมายกำหนดเขตพัทธสีมาสำหรับใช้เป็นที่ประกอบสังฆกรรม และดำเนินกิจกรรมทางศาสนาได้โดยถูกต้องตามพระวินัย

พระพุทธกาญจนธรรมสถิต
พระประธานประจำพระอุโบสถ วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก

เมื่อวันที่ ๓ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๔๑ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จฯ ไปทรงประกอบพิธีเททองหล่อพระพุทธกาญจนธรรมสถิต พระประธานประจำพระอุโบสถวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานพระบรมราชวินิจฉัย และแก้ไขแบบพระประธานด้วยพระองค์เอง

พระประธานที่ประดิษฐาน ณ พระอุโบสถวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก ได้รับการออกแบบจาก นาวาอากาศเอก อาวุธ เงินชูกลิ่น อธิบดีกรมศิลปากร (ยศในขณะนั้น) ได้ทำการออกแบบพระประธานทั้งสิ้น ๗ แบบ แต่ละแบบมีลักษณะที่แตกต่างกัน จากนั้นมูลนิธิชัยพัฒนานำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อทอดพระเนตร และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยเลือกแบบพระพุทธรูปปางมารวิชัย (ปางชนะมาร) โดยได้ทรงแก้ไขแบบอีกเล็กน้อยด้วยพระองค์เอง จากนั้นคณะอนุกรรมการก่อสร้างฯ ได้มอบให้อาจารย์นนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน คณบดี คณะจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นผู้ปั้นพระประธานประจำพระอุโบสถดังกล่าว

สำนักงานเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ได้ทำหนังสือถึงสำนักราชเลขาธิการ เพื่อพิจารณานำความกราบบังคมทูลพระกรุณาพระราชทานชื่อองค์พระประธานประจำพระอุโบสถวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก และเมื่อวันที่ ๕ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๔๓ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อพระประธานประจำพระอุโบสถวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษกว่า "พระพุทธกาญจนธรรมสถิต"

พระพุทธกาญจนธรรมสถิต เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย (ปางชนะมาร) มีขนาดความสูงจากฐานถึงปลายรัศมี ๑๘๐ เซนติเมตร ขนาดหน้าพระเพลา ๑๒๐ เซนติเมตร โดยมีพุทธสาวกเบื้องซ้าย และเบื้องขวาของพระประธาน พระพุทธกาญจนธรรมสถิตมีพุทธลักษณะแบบรัตนโกสินทร์ ฐานชุกชีทำด้วยหินแกรนิต ส่วนองค์พระพุทธรูปทำด้วยทองเหลืองผสมทอง ที่มีลักษณะผสมผสานระหว่างอุดมคติ และเหมือนจริงด้วยการห่มจีวรแบบพระสงฆ์ที่เหมือนจริง แต่มีพระเกศาเป็นแบบอุดมคติซึ่งมีลักษณะที่สวยงามและประณีตยิ่งนัก

วันที่ ๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๔ เวลา ๑๗.๐๐ น. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ แทนพระองค์ไปทรงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในพระเกศพระประธาน และทรงยกฉัตรพระประธาน "พระพุทธกาญจนธรรมสถิต" พร้อมกันนี้ได้มีการจัดงานสมโภชวัดเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเฉลิมฉลองวัดที่สมบูรณ์อีกด้วย

ที่ตั้ง
เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร

การเดินทาง
รถประจำทางสาย 137, 168

เวลาทำการ
เปิดทุกวัน เวลา 08:00 - 18:30 น.
พระอุโบสถ เปิดทุกวัน เวลา 16:00 - 18:30 น.

ที่มาข้อมูล : วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก

  แผนที่ Google Maps
ขอเชิญทุกท่านร่วมเผยแผ่ความงดงาม มหัศจรรย์วัดสวยศาสนสถานสำคัญ
เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสืบทอดพระพุทธศาสนา สืบสานศิลปวัฒนธรรม
ง่ายๆ เพียง ส่งต่อไลน์ แชร์เฟสบุ๊ค ทวีตบอกต่อ:

กราบขอบพระคุณ

กราบขอบพระคุณ วัดและศาสนสถานสำคัญต่างๆ ที่ได้เมตตาเอื้อเฟื้อสถานที่ พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกในการบันทึกภาพ พระอาจารย์ทุกท่านที่ได้เมตตาชี้แนะสั่งสอน และกัลยาณมิตรผู้เอื้อเฟื้อทุกท่าน

ปัตติทานมัย บุญสำเร็จด้วยการแบ่งส่วนแห่งความดีให้แก่ผู้อื่น
ทุกนาทีที่นี่เราได้ละจากบาปทั้งปวง ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเผยแผ่แบ่งปัน
ขอเดชะตั้งจิตอุทิศผล
บุญกุศลแผ่ไปให้ไพศาล
ถึงบิดามารดาครูอาจารย์
ทั้งลูกหลานญาติมิตรสนิทกัน
ทั้งคนรักคนชังแต่ครั้งไหน
ขอให้ได้ส่วนกุศลผลของฉัน
ทั้งเจ้ากรรมนายเวรและเทวัญ
ขอให้ท่านได้กุศลผลนี้ เทอญ

>