วัดสุทัศนเทพวราราม

วัดสุทัศน์

วัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร | พระอารามหลวงชั้นเอก | พระประธาน: พระศรีศากยมุนี | วัดประจำรัชกาลที่ ๘ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร

  ชมวีดีโอ 360 องศา

วัดสุทัศนเทพวรารามเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ ๑๔๖ ถนนบำรุงเมือง แขวงราชบพิธ เขตพระนคร กรุงเทพฯ มีชื่อเรียกกันเป็นสามัญหลายชื่อในสมัยโบราณ เช่น วัดพระใหญ่ วัดพระโต ซึ่งเป็นการเรียกตามลักษณะพระพุทธรูปสำคัญของวัด คือ พระศรีศากยมุนี วัดเสาชิงช้า เรียกตามสถานที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับเสาชิงช้า เทวสถานของพราหมณ์กลางเมือง วัดมหาสุทธาวาส เป็นนามที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ พระราชทาน อันหมายถึงสวรรค์ชั้นพรหมโลกชื่อสุทธาวาส วัดสุทัศนเทพธาราม พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ พระราชทาน และวัดสุทัศนเทพวราราม พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ พระราชทานทั้งสองชื่อนี้หมายถึง สุทัสสนนครบนเขาพระสุเมรุศูนย์กลางของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ที่ประทับของพระอินทร์

บริเวณที่ตั้งของวัดสุทัศนเทพวรารามอยู่เกือบกึ่งกลางของกรุงเทพมหานคร เปรียบเสมือนเขาพระสุเมรุเป็นศูนย์กลางจักรวาล เป็นศูนย์รวมของสรรพสิ่งที่น่าสนใจ รูปแบบการก่อสร้างของสิ่งก่อสร้างภายในวัด มีทั้งคติธรรม ปริศนาธรรม สัญลักษณ์ที่ต้องขบคิดตีปัญหาให้เข้าใจ การวางผังการก่อสร้าง ก็ทำอย่างเป็นระบบเป็นระเบียบสวยงาม เป็นจุดเด่นและเป็นศรีสง่าแก่บ้านเมือง

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ ปฐมกษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดสุทัศนเทพวรารามขึ้น เพื่อให้เป็นวัดที่สำคัญที่ตั้งอยู่กลางกรุงเทพมหานคร ดังมีปรากฏข้อความอยู่ในบันทึกของกรมหลวงนรินทรเทวี ที่กล่าวว่า "พระโองการรับสั่งให้สร้างวัดขึ้นกลางพระนคร ให้สูงเท่าวัดพะนันเชิง ให้พระพิเรนทรเทพขึ้นไปรับพระใหญ่ ณ เมืองโศกโขไทยชลอเลื่อนลงมากรุง ประทับท่าสมโภช ๗ วัน ฯลฯ" โดยเริ่มจากการกำหนดพระฤกษ์ขุดรากพระวิหารหลวงในวันจันทร์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๓๕๐ เมื่อการก่อสร้างพระวิหารหลวงและสร้างฐานชุกชีเสร็จแล้ว โปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระศรีศากยมุนีจากวิหารหลวงวัดมหาธาตุเมืองสุโขทัย มาประดิษฐานบนฐานชุกชีพระวิหารหลวงวัดสุทัศนเทพวราราม วันที่ ๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๓๕๑

พระวิหารหลวง
พระวิหารหลวงเป็นอาคารเครื่องก่อขนาด ๕ ห้อง กว้าง ๒๓.๘๔ เมตร ยาว ๒๖.๒๕ เมตร โครงสร้างหลังคาเป็นจั่ว มีหลังคาประธาน ๑ ตับ มีชั้นซ้อน (หลังคามุข) ทางด้านหน้าและด้านหลังข้างละ ๑ ชั้น และมีหลังคาปีกนกลาดลงจากหลังคาประธานข้างละ ๓ ตับ หลังคามุขทางด้านหน้าและด้านหลังมีหลังคาปีกนกลาดลงข้างละ ๒ ตับ มีเสารับมุขเป็นเสาสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง จำนวน ๑๒ ต้น ทั้งสองด้านรวม ๒๔ ต้น และเสานางเรียงด้านข้าง ด้านละ ๖ ต้น รวมทั้งหมดจึงเป็นเสา ๓๖ ต้น เสานางเรียงและเสารับมุขหัวเสาเป็นปูนปั้นรูปบัวแวงปิดทองประดับกระจกสี ชายคามีคันทวยรับเชิงชายหลังคาหัวเสาละ ๑ ตัว ด้านละ ๖ ตัว รวมทั้งหมด ๔ ด้าน มีจำนวน ๒๔ ตัว แนวฝาผนังด้านนอกมีเสานางแนบด้านละ ๖ ต้น มีบัวหัวเสาเช่นเดียวกับเสานางเรียง หน้าบันพระวิหารหลวงมี ๒ ชั้น คือ หน้าบันจั่วหลังคาประธาน เป็นไม้จำหลักปิดทองประดับกระจกเป็นลายกระหนกเครือวัลย์ออกช่อเทพนม ตรงกลางเป็นกรอบซุ้ม ภายในกรอบซุ้มมีรูปพระอินทร์ประทับอยู่ในเวชยันตรวิมานประดิษฐานอยู่เหนือกระพองช้างเอราวัณ

หน้าบันมุขมีรูปแบบคล้ายหน้าบันจั่วประธาน แต่ตรงกลางหน้าบันเป็นรูปพระนารายณ์ทรงครุฑในกรอบซุ้ม

ด้านหน้าและด้านหลังของพระวิหารหลวงมีประตูทางเข้าด้านละ ๓ ช่อง ด้านข้างมีหน้าต่างด้านละ ๕ ช่อง ซุ้มประตูและซุ้มหน้าต่างเป็นซุ้มบันแถลงที่ซ้อนกัน ๒ ชั้น เป็นปูนปั้นปิดทองประดับกระจกสี บานประตูเป็นไม้แผ่นเดียวงดงามตลอดทั้งแผ่นขนาดกว้าง ๑.๓๐ เมตร สูง ๕.๖๔ เมตร หนา ๐.๑๖ เมตร จำหลักลายต้นพฤกษาที่สลักลึกมีกิ่งก้านเกาะเกี่ยวซ้อนกันอย่างงดงาม เป็นศิลปกรรมฝีพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ ที่ทรงกำหนดลักษณะลายแบบ วิธีแกะสลัก และทรงเริ่มจำหลักด้วยพระองค์เอง

ลายหน้าต่างเดิมเป็นลวดลายจำหลักรูปแก้วชิงดวงปิดทองประดับกระจกสี ได้รับการแก้ไขในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ โดยทำเป็นลวดลายปูนน้ำมันปั้นปิดทองคำเปลวรูปต้นไม้เขามอและสัตว์ป่าปิดลายแก้วชิงดวง

ฐานประทักษิณล้อมพระวิหาร ๓ ชั้น คือ ชั้นบนสุดเริ่มจากฐานปัทม์ของพระวิหารถึงแนวเสานางเรียง ฐานประทักษิณชั้นต่อมาเป็นที่ตั้งของถะศิลารายรอบพระวิหารทั้ง ๔ ด้าน จำนวน ๒๘ ถะ ต่อลงมาเป็นลานประทักษิณชั้นล่าง ที่กว้างที่สุดไปจนถึงพระระเบียงคด ฐานประทักษิณแต่ละชั้นจะมีพนักกั้น มีช่องซุ้มสำหรับตามประทีปตลอดแนวพนักกั้นทุกชั้น ในเวลามีงานนักขัตฤกษ์ หรือการเฉลิมฉลองตอนกลางคืน จะตามประทีปเทียนไฟตลอดแนวช่องพนักกั้นพระวิหารหลวง จะเป็นภาพที่วิจิตรแปลกตาอีกแบบหนึ่ง

พระศรีศากยมุนี
พระประธานในพระวิหารหลวง วัดสุทัศนเทพวราราม

พระศรีศากยมุนีเป็นพระประธานในพระวิหารหลวงวัดสุทัศนเทพวราราม หล่อด้วยสำริดที่ใหญ่กว่าพระพุทธรูปหล่อองค์อื่นๆ ซึ่งปรากฏในประเทศไทย ขนาดหน้าตักกว้าง ๖.๒๕ เมตร เดิมพระศรีศากยมุนีเป็นพระประธานในพระวิหารหลวงวัดมหาธาตุกลางเมืองสุโขทัย มีศิลาจารึกวัดป่ามะม่วงกล่าวอ้างถึงว่า พระมหาธรรมราชาลิไท กษัตริย์ราชวงศ์พระร่วง (พ.ศ. ๑๘๙๐ - ๑๙๑๙ ปีครองราชย์) แห่งสุโขทัย โปรดเกล้าฯ ให้หล่อและทำการฉลองในปีพุทธศักราช ๑๙๐๔

พระพุทธลักษณะพระศรีศากยมุนี เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิราบ พระหัตถ์ขวาอยู่ในท่าปางมารวิชัย พระหัตถ์ซ้ายหงายวางบนพระเพลา ครองจีวรห่มเฉียง ชายสังฆาฏิยาวลงมาถึงระดับพระนาภี มีปลายเป็นสองแฉกเขี้ยวตะขาบ ลักษณะพระองค์ค่อนข้างสั้น บั้นพระองค์เล็ก พระอังสาใหญ่ หัวพระถันโปน ลักษณะพระพักตร์และพระเศียรที่ปรากฏ คือ พระรัศมีเป็นเปลวสูงตั้งอยู่บนพระอุษณีษ์รูปมะนาวตัด เส้นพระศกขมวดเล็กแบบก้นหอย พระพักตร์รูปไข่เกือบกลม พระขนงโก่งแยกออกจากกัน ระหว่างพระขนงมีพระอุณาโลมคั่นอยู่ พระนาสิกงุ้ม พระโอษฐ์อมยิ้มเล็กน้อย พระหนุกลม

ที่ตั้ง
เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

การเดินทาง
รถประจำทางสาย 10, 12, 15, 19, 35, 42, 48, 73, 96

เวลาทำการ
เปิดทุกวัน เวลา 08.00 - 21.00 น.

ที่มาข้อมูล : วัดสุทัศนเทพวราราม

  แผนที่ Google Maps
ขอเชิญทุกท่านร่วมเผยแผ่ความงดงาม มหัศจรรย์วัดสวยศาสนสถานสำคัญ
เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสืบทอดพระพุทธศาสนา สืบสานศิลปวัฒนธรรม
ง่ายๆ เพียง ส่งต่อไลน์ แชร์เฟสบุ๊ค ทวีตบอกต่อ:

กราบขอบพระคุณ

กราบขอบพระคุณ วัดและศาสนสถานสำคัญต่างๆ ที่ได้เมตตาเอื้อเฟื้อสถานที่ พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกในการบันทึกภาพ พระอาจารย์ทุกท่านที่ได้เมตตาชี้แนะสั่งสอน และกัลยาณมิตรผู้เอื้อเฟื้อทุกท่าน

ปัตติทานมัย บุญสำเร็จด้วยการแบ่งส่วนแห่งความดีให้แก่ผู้อื่น
ทุกนาทีที่นี่เราได้ละจากบาปทั้งปวง ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเผยแผ่แบ่งปัน
ขอเดชะตั้งจิตอุทิศผล
บุญกุศลแผ่ไปให้ไพศาล
ถึงบิดามารดาครูอาจารย์
ทั้งลูกหลานญาติมิตรสนิทกัน
ทั้งคนรักคนชังแต่ครั้งไหน
ขอให้ได้ส่วนกุศลผลของฉัน
ทั้งเจ้ากรรมนายเวรและเทวัญ
ขอให้ท่านได้กุศลผลนี้ เทอญ

>